โลโก้เว็บไซต์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทัศนศึกษาที่จังหวัดน่าน เป็นวันสุดท้าย | กองบริหารทรัพยากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทัศนศึกษาที่จังหวัดน่าน เป็นวันสุดท้าย

เผยแพร่เมื่อ : ศุกร์ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โดย อภิญญา พูลทรัพย์ จำนวนผู้เข้าชม 1 คน

ยังไม่มีคะแนนสำหรับบทความนี้ ผู้อ่านสามารถให้คะแนนบทความได้จากปุ่มข้างใต้

        วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.22 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง ศูนย์วนเกษตร-พฤกษเภสัช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน  อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ทรงนำผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปดูการดำเนินงานด้านวิชาการ วิจัย นวัตกรรม และผลงานเด่นของมหาวิทยาลัยฯ

       ซึ่งจัดแสดงนวัตกรรม และผลงานวิจัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นควบคู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ AI-generated Fabric Patterns การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับลวดลายผ้าทอพื้นเมืองอัตลักษณ์น่าน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าทอชุมชน, โปรตีนสกัดจากดักแด้ไหม ซึ่งย่อยง่าย ละลายน้ำได้ดี เหมาะต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์จากหญ้าเอ็นยืด เพื่อเพิ่มมูลค่าพืชท้องถิ่นและสมุนไพรพื้นบ้าน, เตาผลิตถ่านชาร์โคลประสิทธิภาพสูงจากวัสดุเหลือใช้, น้ำจุลินทรีย์จากหน่อกล้วยเพื่อการเกษตร ใช้บำรุงดินและลดต้นทุน และการดำเนินงานภายใต้โครงการ อพ.สธ.ของ มหาวิทยาลัยฯ สู่การอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ร่วมกับชุมชน ซึ่งได้ร่วมสนองพระราชดำริ อพ.สธ.เมื่อปี 2537 และเริ่มดำเนินโครงการ ตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2568 โดยสำรวจรวบรวมพันธุกรรมพืชท้องถิ่นน่าน เน้นสมุนไพรพื้นบ้านและพืชใกล้สูญพันธุ์ ขณะนี้ได้ขยายผลโครงการ ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้พื้นเมืองคืนสู่ธรรมชาติ, มันพื้นบ้าน และพืชสมุนไพรป่าน่าน, ปศุสัตว์และสัตว์น้ำ เช่น สัตว์ปีก โค และปลาต้นน้ำ ทำการวิจัยเปรียบเทียบการเจริญเติบโต การแปรรูป และสร้างมูลค่า และป่ายาชุมชนและแปรรูป โมเดล "ชุมชนคืนป่า-หญ้ายา" พัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มีพื้นที่ดำเนินการแหล่งอนุรักษ์ในมหาวิทยาลัยฯ และขยายผลสู่ชุมชนจังหวัดน่าน ปัจจุบัน มี 44 โครงการ ใน 12 อำเภอ

        จากนั้น ทรงพระดำเนินไปทอดพระเนตร ศูนย์วนเกษตร-พฤกษเภสัช ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน และสถาบันเค อะโกร อินโนเวท ภายใต้มูลนิธิกสิกรไทย บนพื้นที่กว่า 33 ไร่ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านเภสัช พฤกษเภสัช วนเกษตร การวิจัยนวัตกรรม และเทคโนโลยีการสกัดจากพันธมิตรทุกภาคส่วน ก่อนนำมาบูรณาการ และถ่ายทอดสู่เกษตรกรและชุมชน มุ่งสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ควบคู่กับการฟื้นคืนป่าต้นน้ำน่าน ผ่านการปลูกพืชยาภายใต้ป่า การสกัดนำสารสำคัญออกฤทธิ์ทางยาจากธรรมชาติมาแปรรูป เพิ่มมูลค่าด้วยอุตสาหกรรม และผลักดันนวัตกรรมสู่ระดับสากล เป็นการสร้างห่วงโซ่คุณค่าอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด "ป่า-สู่-ยา" สร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน, พัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี ให้เป็นฐานเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศ ยกระดับพืชพื้นถิ่น สู่พืชเศรษฐกิจทางยา, ฟื้นฟูพื้นที่ป่าให้กลับมามีความหนาแน่นสูง (100 ต้นต่อไร่) ลดการบุกรุกและการเผา, ลดการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวที่ทำลายระบบนิเวศ ด้วยเป้าหมายสูงสุดคือ "คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด และเศรษฐกิจเติบโตอย่างสมดุลและมั่นคงในจังหวัดน่าน"
   
จากนั้น ประทับรถรางพระที่นั่ง ไปยังอาคารศูนย์นวัตกรรมพฤกษเภสัช ทอดพระเนตรแปลงป่าร้อยรักษ์ ซึ่งจำลองการปลูกพืชยา ควบคู่การฟื้นคืนไม้ป่า 100 ต้นในพื้นที่ 1 ไร่ มีพืชสมุนไพร อาทิ อัญชัน พันธุ์เทพรัตน์ไพลิน 63, ตะไคร้หอม, หม่อนใบ, เชียงดา, เพชรสังฆาต, ไพล, ขมิ้นชัน ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ทางยาได้ทุกส่วน โครงการป่ายาชุมชน เริ่มส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืชยาร่วมกับป่าครั้งแรกในปี 2567 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 39 ราย มีพื้นที่ปลูกพืชยาร่วมกับไม้ป่ารวม 16 ไร่ และในปี 2568 มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการ 100 ราย มีพื้นที่ปลูก ประมาณ 43 ไร่ ในปีนี้ มีเป้าหมายให้เกษตรกร เข้าร่วมโครงการ 300 ราย พื้นที่ประมาณ 150 ไร่

จากนั้น ทอดพระเนตรภายในอาคาร Pharma-agro Innovation Center ศูนย์นวัตกรรมพฤกษเภสัช หรือ PIC ซึ่งเป็นหน่วยวิเคราะห์และรับรองมาตรฐานการผลิตพืชยา รวมถึงหน่วยสกัดสารสำคัญออกฤทธิ์พฤกษเภสัช มีบทบาทสำคัญในการควบคุมคุณภาพ สร้างมาตรฐาน และเพิ่มมูลค่าให้กับพืชยาของจังหวัดน่าน เพื่อยกมาตรฐานสู่อุตสาหกรรมยาและสุขภาพระดับสากล

แบ่งเป็น 3 หน่วยย่อย ได้แก่ หน่วยแปรรูปพฤกษเภสัช แปรรูปพืชยาสดให้เป็นพืชยาแห้งคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการคัด ล้าง ตัดแต่ง ทำแห้ง และบรรจุ เพื่อเตรียมป้อนเข้าสู่หน่วยสกัดสารสำคัญ, หน่วยวิเคราะห์รับรองมาตรฐานพฤกษเภสัช เพื่อวิเคราะห์คุณภาพและปริมาณสารสำคัญในพืชยา รวมถึงตรวจสอบสารตกค้าง เพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และใช้ข้อมูลสนับสนุนการปลูก และการผลิตให้มีมาตรฐานสากล และหน่วยสกัดสารสำคัญออกฤทธิ์พฤกษเภสัช ต้นแบบการให้บริการทางวิชาการด้านการสกัดสารสำคัญจากพืชยา เพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ที่เป็น "สารสกัดมาตรฐาน" ด้วยคลื่นอัลตราซาวด์เทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ฟองอากาศขนาดเล็กในตัวทำละลาย ทำให้ผนังเซลล์แตกและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดึงสารออกฤทธิ์ เพื่อให้ได้ผลทางชีวภาพ หรือสรรพคุณที่สม่ำเสมอ ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมนำไปพัฒนาเป็นยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในระดับอุตสาหกรรม

          ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 7 รายการ และอยู่ในขั้นตอนการขอ ISO 17025 และ GMP PIC/S ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองการผลิตยาในระดับสากล อาทิ ฟ้าทะลายโจร สารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ บรรเทาอาการของโรคหวัด, ขมิ้นชัน สารสกัดเคอร์คูมินอยด์ ลดภาวะเครียดออกซิเดชันในผู้ป่วยเบต้าธารัสซีเมีย โดยมีเครือข่ายเกษตรกรและชุมชน ร่วมพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำน่านให้เป็นต้นแบบของการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมพืชยาที่ได้มาตรฐานตรวจสอบได้

      การเสด็จพระราชดำเนินทรงนำคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทัศนศึกษา ที่จังหวัดน่านตลอด 3 วัน เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทย กับผู้ทรงคุณวุฒินานาชาติ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศด้วย