โลโก้เว็บไซต์ รองนายกฯ “ยศชนัน” ลงพื้นที่ จ.น่าน อีกรอบ ติดตามเร่งฟื้นฟูอุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชน มีทีมผู้บริหาร มทร.ล้านนา น่าน ร่วมลงพื้นที่ | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน

รองนายกฯ “ยศชนัน” ลงพื้นที่ จ.น่าน อีกรอบ ติดตามเร่งฟื้นฟูอุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชน มีทีมผู้บริหาร มทร.ล้านนา น่าน ร่วมลงพื้นที่

เผยแพร่เมื่อ : อังคาร 25 สิงหาคม 2569 โดย สกนธ์ เรืองฉาย จำนวนผู้เข้าชม 30 คน

ยังไม่มีคะแนนสำหรับบทความนี้ ผู้อ่านสามารถให้คะแนนบทความได้จากปุ่มข้างใต้

รองนายกฯ “ยศชนัน” ลงพื้นที่ จ.น่าน อีกรอบ ติดตามเร่งฟื้นฟูอุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชน มีทีมผู้บริหาร มทร.ล้านนา น่าน ร่วมลงพื้นที่

     วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ลงพื้นที่ จ.น่าน อีกรอบ เพื่อติดตามเร่งฟื้นฟูอุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชน โดย ผศ.ดร.วิโรจน์ มงคลเทพ (ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารมหาวิทยาลัย) พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมลงพื้นที่ ณ บ้านฝายมูล อ.ท่าวังผา

     โดยรองนายกฯได้ระบุถึงการแก้ปัญหาอุทกภัยที่ จ.น่าน ว่ามีหลายภาคส่วนเข้าไปร่วมแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ ควบคู่ขยายวงเงินฉุกเฉิน 100 ล้าน หลัง ครม. เคาะงบเยียวยา เสียชีวิต 2 ล้าน ด้านท้องถิ่นอำนวยความสะดวกผู้ประสบภัย ไม่ต้องถ่ายเอกสาร-แนบรูป ลัดขั้นตอนแจ้งผู้นำชุมชน ส่งต่ออำเภอดำเนินการเยียวยา

     ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ 549,989,000 บาท (จากงบกลาง ปี 2569) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน (ตั้งแต่ 15 พ.ค. 69 เป็นต้นมา) เป็นกรณีพิเศษ โดยมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยรับงบประมาณและจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารออมสิน สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยามีดังนี้ กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท

     กรณีเสียชีวิต จากดินโคลนถล่ม และอุทกภัยทางตรง (เช่น การจมน้ำ ถูกกระแสน้ำทำให้เสียชีวิต) ช่วยเหลือรายละ 2,000,000 บาท 

     สำหรับเงินเยียวยาดังกล่าว สามารถบริหารจัดการเกลี่ยจ่ายช่วยเหลือได้ทุกกรณีและข้ามจังหวัดได้ โดยผู้ที่มีสิทธิรับเงินจะต้องอาศัยอยู่จริงในพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ไม่ว่าจะมีทะเบียนบ้าน อาศัยอยู่ประจำแต่ไม่มีทะเบียนบ้าน หรือเป็นผู้เช่าบ้านก็มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือเช่นกัน (ยกเว้นผู้ที่อาศัยในบ้านพักของทางราชการ) 

     สำหรับขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยานั้นได้รับการอำนวยความสะดวกให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยผู้ประสบภัยเพียงใช้เอกสารที่ออกโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผ่านการลงนามรับรองจากผู้นำชุมชน กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นทางอำเภอและจังหวัดจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อยืนยันสิทธิตามขั้นตอนต่อไป

     ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาและเร่งรัดการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ที่ อ.ท่าวังผา และ อ.ปัว โดยภารกิจที่ อ.ท่าวังผา (25 ส.ค.) ได้ติดตามการสร้างฝายกักเก็บน้ำจำลอง เร่งรัดเคลียร์ดินโคลนออกจากพื้นที่บ้านแก้ม และเร่งกรมชลประทานสร้างสะพานแบรี่ชั่วคราวทดแทนเส้นทางที่ถูกตัดขาด ส่วนที่ อ.ปัว (26 ส.ค.) จะเร่งรัดการฟื้นฟูพื้นที่ การซ่อมแซมเส้นทางจราจร ขุดลอกโคลนที่บ้านเฮี้ยและบ้านฝาย รวมถึงฟื้นฟูพื้นที่บ้านร้องซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด พร้อมกับมีการประชุมหารือแนวทางการฟื้นฟู ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ทั้ง 2 วัน

     สำหรับมาตรการเพิ่มเติม กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน แบ่งเป็น ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำสูงสุด 88,600 บาท กรณีเช่าบ้านช่วยเหลือไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท (ไม่เกิน 2 เดือน) ค่าซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตรสูงสุด 6,800 บาท ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพสูงสุด 13,500 บาท ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัส 5,000 บาท กรณีพิการ 16,600 บาท และค่าจัดการศพรายละไม่เกิน 35,700 บาท

     หลังระดับน้ำลดลง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งสำรวจความเสียหายภาคการเกษตร เบื้องต้นพบพื้นที่ 9 อำเภอ เสียหายกว่า 14,900 ไร่ กระทบเกษตรกร 6,538 คน (นาข้าวเสียหายมากที่สุดกว่า 9,121 ไร่) พร้อมเตรียมพันธุ์พืชและเชื้อราไตรโคเดอร์มาช่วยฟื้นฟู ส่วนการจ่ายเงินชดเชยรอบนี้มีการปรับเพิ่มขึ้น โดยนาข้าวชดเชยไร่ละ 2,240 บาท พืชไร่ พืชผัก ไม้ยืนต้นสูงสุดไร่ละ 6,800 บาท กรณีผลผลิตชะงักแต่ฟื้นฟูได้ช่วยเหลือไร่ละ 3,400 บาท (ไม่เกิน 30 ไร่) และหากมีซากวัสดุทับถมจะช่วยค่าขุดลอกและขนย้ายไร่ละ 16,000 บาท (ไม่เกิน 5 ไร่) ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรเร่งยื่นแบบ กษ 01 ให้ครบถ้วนเพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือโดยเร็ว

     ด้านการอำนวยความสะดวก จ.น่าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ปรับลดขั้นตอนให้ประชาชนในการยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือ โดยผู้ประสบภัยไม่ต้องถ่ายเอกสารหรือแนบรูปถ่ายแต่อย่างใด เพียงแค่แจ้งข้อมูลแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งให้อำเภอดำเนินการเยียวยาต่อไป

ภาพ/ข่าว : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
#MHESI #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #อว
#อว_ส่วนหน้าจังหวัดน่าน #มทรล้านนาน่าน
#น้ำท่วมน่าน #ช่วยเหลือน้ำท่วม #น่าน #น้ำท่วม69
#ราชมงคลล้านนาน่าน #RMUTLNAN #SaveNan
#มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน







ออกแบบและพัฒนาโดย สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

Facebook Messenger icon